“ความรัก ให้ความอบอุ่น เหมือนแสงอาทิตย์ยามฝนหยุดตก”
. ‘รักของแม่ คือ ลูกรัก’
ลูก คือ คนสำคัญที่กำลังจะมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ แม่จึงควรดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดย
* กินอาหารที่มีคุณค่า อาหารเป็นสิ่งที่แม่เลือกได้เพื่อลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ แม่ควรกินหลายอย่างคละกัน ในตู้เย็นจึงควรมีน้ำสะอาด น้ำผลไม้ นมสดไขมันต่ำ ไข่ต้ม ผลไม้สด ผักสลัดติดไว้ ในลิ้นชักที่ทำงานควรมีผลไม้แห้ง ของขบเคี้ยว ถั่ว ในกระเป๋าถือมีผลไม้แห้ง ถั่วอบ ผลไม้สดชิ้นเล็ก นมกล่อง ลูกอมเผื่อใช้ ยามเป็นลมค่ะ
* ถ่ายทอดความรัก แม่เป็นโลกทั้งใบของลูก เมื่อแม่อยู่ในอารมณ์ใด ร่างกายก็จะสร้างสารเคมีเกี่ยวข้องกับอารมณ์นั้นสู่กระแสเลือดส่งผ่านรกถึงลูกได้ ถ้าโกรธก็จะหลั่งสารอะดรีนาลีน ถ้าเป็นสุขก็หลั่งสารเอ็นดอร์ฟินให้ลูกรับรู้ ดังนั้น มาลูบผ่านท้องให้ลูกรับรู้ถึงความรัก ส่งความคิดถึง แต่สิ่งดีงาม พูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ
2. ‘รักของแม่ คือ พ่อของลูก’
พ่อ คือ กำลังใจที่สำคัญที่สุดของแม่ในยามตั้งครรภ์และเตรียมตัวคลอด คุณแม่ควรส่งเสริมความรัก โดย
* เข้าใจความรู้สึกของพ่อ เมื่อมีลูก พ่ออาจเกิดความรู้สึกอิจฉาที่ลูกมาแย่งความรักความสนใจจากแม่ไป เพราะอาจเคยชินอยู่กับการเป็นหนึ่งในบ้าน มีแม่คอยดูแลเอาใจใส่ เมื่อมีลูกแม่ต้องดูแลลูกมากกว่า ดังนั้น หันมาพูดคุยให้เข้าอกเข้าใจกัน เพราะแม่ยังสามารถมีเวลาให้แก่พ่อได้ เพียงแต่ต้องวางแผนล่วงหน้ากันให้ดีค่ะ
* สื่อสารว่ารักเสมอ พูดและกระทำให้รู้ว่าพ่อห่วงใยแม่ นวดเฟ้นเมื่อแม่ปวดหลัง เป็นกำลังใจให้แม่ทั้งขณะตั้งครรภ์ ขณะคลอด หลังหลอด ช่วยเหลืองานบ้านแทน เป็นที่ปรึกษาของแม่ เข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกเพื่อช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น ส่วนแม่ก็ พูดคุยเปิดเผยความรู้สึกให้พ่อเข้าใจว่าแม่ ยังสนใจพ่อเสมอ
3.‘รักของแม่ คือ สัมผัสอ่อนโยน’
การใช้ภาษากายสัมผัสนุ่มนวล คือ เครื่องมืออย่างหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เสริมความรักความผูกพันได้ โดย
การนวดคลึง พ่อสามารถสัมผัสตามหลังส่วนล่าง ก้นกบ สะโพก ต้นขา ฝ่าเท้า นิ้วเท้า ต้นคอ หัวไหล่แม่ช้าๆ นุ่มนวล โดยใช้โลชั่นหรือน้ำมันนวดตัวชโลมให้ผิวลื่นนวดง่าย โดยเทลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้นวดคลึงทั่วตัว อาจหาหมอนมาวางซ้อนกันให้แม่เอนซบหมอนไปข้างหน้าก่อน แล้วพ่อก็จะได้นวดหัวไหล่และหลังได้ง่ายขึ้น
* บอกรักลูกผ่านท้อง พ่อสามารถโอบกอดแม่จากข้างหลัง แล้วใช้ปลายนิ้วนวดคลึงจนทั่วหน้าท้องอย่างนุ่มนวล สื่อให้แม่ลูกรับรู้ว่ารัก ลูกก็จะรู้สึกผ่อนคลายตามแม่ มีรายงานพบว่าการช่วยนวดของพ่อสามารถลดการใช้ยาบรรเทาปวดขณะคลอดของแม่ได้อย่างน่าทึ่งด้วยค่ะ
4. ‘รักของแม่ คือ บ้านอันอบอุ่น’
บ้าน ศูนย์รวมความรักของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อบอุ่นที่แม่สามารถเสริมสร้างได้ โดย
* จัดบ้านให้น่าอยู่ ไตรมาสที่ 2 เดือนที่ 4-6 เป็นช่วงที่แม่ สุขกายสบายใจที่จะเตรียมของให้ลูก เพราะแม่ฟื้นจากอาการ แพ้ท้อง ปรับตัวเข้ากับอาการผิดปกติได้ ถ้าจัดที่นอนให้ลูกควรให้อยู่ใกล้ห้องแม่ ห้องน้ำ หรือไว้มุมหนึ่งในห้องแม่ ถ้าทำห้องให้ลูกควรทาสีฝาผนังอ่อน หรือใช้วอลเปเปอร์ลายเล็กๆเคลือบไวนิล เช็ดถูง่าย สีไม่ตก
* จัดเตียงให้ปลอดภัย ถ้าให้ลูกตั้งแต่วัย 3 เดือนนอนเตียง ควรเลือกเตียงที่มั่นคง ปลอดภัยได้มาตรฐาน มีเบาะนวมรอบๆ เพื่อไม่ให้หัวกระแทก หรือกันลมโกรก เชือกผูกเบาะต้องแน่น ยาวไม่เกิน 18 ซม. เบาะมีขนาดพอดีเตียง ถ้าจำเป็นต้องมี ช่องว่างไม่ควรเกิน 6 ซม. เพราะลูกอาจซุกหน้า หัวลงไปติดค้างจนหายใจไม่ออกได้
5. ‘รักของแม่ คือ การผ่อนคลาย’
การพักผ่อนให้กายใจผ่อนคลายมากที่สุด มีความสำคัญต่อสุขภาพของแม่ที่ส่งผลต่อลูกได้ ดังนั้นควร
* ปล่อยวาง แม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านมักเผชิญความเหนื่อยล้า ถ้ารู้สึกเหนื่อยควรพัก เพราะช่วงตั้งครรภ์อวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด กระดูกสันหลัง ข้อต่อ กล้ามเนื้อจะทำงานหนักกว่าปกติ ควรทำงานตามสบาย ไม่เคร่งเครียด รีบร้อน หักโหม งานประจำที่ไม่เร่งด่วน ปล่อยไปก่อน งานบ้านก็ให้พ่อช่วย ทำแทนบ้าง อย่าฝืนนะคะ
* คลายเครียดจากงาน หาเวลานั่งพักสบายๆ เป็นช่วงๆ อาจหาเวลาตอนบ่ายงีบสักครึ่งชั่วโมง หรือหันมาบริหารต้นคอ หัวไหล่ เชิงกราน และขาเพื่อช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น หลีกเลี่ยงการยืน เดินนาน หรือการนั่งห้อยเท้า ยกขาวางพาดเก้าอี้ ชั้นเตี้ยๆ ไว้รองขาบ้าง เมื่อท้องแก่ 32 สัปดาห์ขึ้นไป ลางานเพื่อสุขภาพบ้างก็ดีค่ะ
ชีวิตรักระหว่างเราจะดำเนินไปอย่างราบรื่น เริ่มจากการหาเวลาที่จะสร้างความสุขส่วนตัวร่วมกัน โดย
* ตั้งครรภ์หมั่นสร้างรัก หาโอกาสชวนพ่อเดินออกกำลัง เพียงวันละครึ่งกิโลก็ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตและระบบย่อยอาหารดีขึ้น ทำให้แม่ไม่เหนื่อยง่าย หรืออ่านหนังสือพิมพ์แล้วนำมาพูดคุยเล่าสู่กันฟัง ดูทีวี หรือเล่นเกม เบาสมองด้วยกันในยามว่าง
* เพิ่มใจผูกพันหลังคลอด หาโอกาสไปเที่ยวตามลำพังสองต่อสอง อาจฝากลูกไว้กับญาติพี่น้องให้ช่วยดูแล หากิจกรรมที่เคยทำด้วยกันเป็นประจำก่อนมีลูก เช่น กินข้าวมื้อเย็นหลังเลิกงาน นั่งจิบเครื่องดื่มที่บ้านในช่วงที่ลูกหลับ หรือฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยง 2-3 ชั่วโมงแล้วออกไปว่ายน้ำกัน วันอาทิตย์ชวนไปดูหนัง ฟังเพลงบ้าง
7. ‘รักของแม่ คือ มอบความรักให้กับตัวเอง’
อย่าลืมความต้องการของตัวเอง ด้วยการมองหาเวลา ส่วนตัวเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองบ้าง โดย
* จัดสรรเวลาทำเรื่องส่วนตัว แม่อาจรู้สึกว่ามีงานยุ่งเมื่อมีลูกให้ต้องดูแล จนบางครั้งอาจลืมคิดถึงความต้องการของตัวเอง ดังนั้น มอบความรักให้ตัวเอง โดยหาเวลาส่วนตัวสักสัปดาห์ละ 2-3 ชม. ไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ทำงานอดิเรกที่ชอบ หรือให้เวลาเสริมความสวยความงามของเสื้อผ้า หน้า ผมแม่ให้มีความสุขบ้างนะคะ
* สังสรรค์กับเพื่อน การเลี้ยงลูกอาจทำให้แม่เกิดความเครียดได้ แม่ควรตัดใจจากลูก ฝากไว้กับญาติที่ไว้ใจได้ นัดกินข้าวกับเพื่อน หรือชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน ติดต่อกับเพื่อนไว้คอยแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องต่างๆ ปรึกษาปัญหาที่กำลังเผชิญ แม่จะได้มีกำลังใจที่จะจัดการกับภาระหน้าที่ได้อย่างมีพลังต่อไปด้วยค่ะ
Mother&Care VOL.5 NO.50 Febuary 2008

0 Comment:
Post a Comment